แท็กซี่หลากสี

สีของรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแค่การตกแต่ง แต่บ่งบอกถึง สถานะความเป็นเจ้าของและการจดทะเบียน รวมถึงการบริการ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

รหัสลับของสีรถแท็กซี่ในประเทศไทย: สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องรู้

สีของรถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานครถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งบ่งชี้ว่ารถคันนั้นเป็นของใครและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลแบบใด:

แท็กซี่ส่วนบุคคล (Taxi-Individual)

สีรถ

ความหมาย

จุดสังเกต/สถานะ

เขียว-เหลือง (Two-Tone)

แท็กซี่ส่วนบุคคล (บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ)

เป็นรถของประชาชนทั่วไปที่จดทะเบียนเป็นแท็กซี่ได้เพียง 1 คันต่อคน รถประเภทนี้คนขับส่วนใหญ่คือเจ้าของเอง ทำให้มักจะดูแลรักษารถได้ดีกว่า

  

ข้อดี: มักจะมีความยืดหยุ่นและดูแลรถค่อนข้างดี

  

ข้อควรระวัง: บางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องการปฏิเสธผู้โดยสาร

แท็กซี่นิติบุคคล (Taxi-Cooperative/Company)

รถแท็กซี่ที่มีสีเดียวทั้งคัน (สีล้วน) เป็นรถของบริษัทหรือสหกรณ์แท็กซี่ โดยสีจะถูกกำหนดเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม คนขับจะอยู่ในรูปแบบของการเช่า/เช่าซื้อรถจากบริษัทหรือสหกรณ์นั้นๆ

สีรถ

ความหมาย

จุดสังเกต/สถานะ

ชมพู/ฟ้า/ส้ม/แดง/เขียว (สีเดียวล้วน)

แท็กซี่สหกรณ์/บริษัท

แต่ละสีหมายถึงชื่อของสหกรณ์หรือบริษัทนั้นๆ เช่น ชมพู (สหกรณ์สหมิตรแท็กซี่), ฟ้า (สหกรณ์แท็กซี่ไทย)

  

ข้อดี: รถมีจำนวนมาก หาง่าย

  

ข้อควรระวัง: คุณภาพการบริการและความใหม่ของรถอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสหกรณ์/บริษัท

รหัสลับแท็กซี่ไฟว่าง

นอกจากสีรถแล้ว ปัจจุบันมีสิ่งสำคัญอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวควรสังเกต คือ สีของป้ายไฟ “ว่าง” บนหลังคารถ ซึ่งหมายถึงการยกระดับบริการ:

สีไฟว่าง

ความหมาย

จุดสังเกต/สถานะ

สีแดง (เดิม)

รถว่าง (ตามแบบมาตรฐานเดิม)

รถแท็กซี่ทั่วไปที่ยังคงใช้ไฟว่างแบบดั้งเดิม

สีเขียว (ใหม่)

รถว่าง ภายใต้โครงการ TAXI OK / TAXI VIP

รถที่เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก (บางคัน) มักจะมี: 1. กล้องวงจรปิดในรถ 2. ปุ่มฉุกเฉิน (Panic Button) ในรถ 3. ระบบ GPS Tracking รถเหล่านี้ถือว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น

สรุปสำหรับนักท่องเที่ยว: เลือกคันไหนดี?

  1. ถ้าเน้นความปลอดภัยและมาตรฐาน: มองหารถที่มี ไฟว่างสีเขียว (TAXI OK) หรือใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน (ซึ่งมีการติดตาม GPS และการระบุตัวตนคนขับ)
  2. ถ้าต้องการรถใหม่และสะอาด: แท็กซี่ เขียว-เหลือง ที่คนขับเป็นเจ้าของเอง มักจะเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดี
  3. ถ้าเจอแท็กซี่สีไหนก็ตาม: ยืนยันให้คนขับ กดมิเตอร์ (Meter) ก่อนออกเดินทางเสมอ และเตรียมแผนที่สำรองเผื่อการสื่อสารผิดพลาด

เท่านี้ก็สามารถเลือกรถแท็กซี่ได้แบบไม่ต้องลุ้นเสี่ยงดวงจะขึ้นผิดขึ้นถูกเหมือนลุ้นหวยไวแล้วครับ

Category
Tags

Comments are closed